ขอโทษค่ะ...แฟนหนูเป็นโอตาคุ!!!
posted on 30 Mar 2008 23:33 by dokthong in NonsenseLife
ถ้าจะพูดชื่อเอนทรี่ด้วยภาษาไฮนี่ย์ก็จะพูดได้ว่า
"ขอโท๊ช!! ม๊ายฮัสบันด์อิส โอตะคุ๊ว!!!"
อันนี้เป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยของentryก่อนหน้านี้
เนื่องด้วยเสียงเรียกร้องของคนด้อยการศึกษาคนหนึ่ง (ฮ่าๆ)
เขาอ่านไม่ออก ดิฉันอยากสงเคราะห์ เลยต้องมานั่งเขียนเวอร์ชั่นไทย(แบบเพิ่มรายละเอียด)
เรื่องนี้ขอยกไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจหญิงทุกๆคน เวลาจะหาสะมีควรดูให้ดีๆ
มิฉะนั้นอาจลงเอยแบบดิฉัน
*-*-*-*-*-*-*-*-*

วาดได้ไม่นาน...เอามาประกอบเอนทรี่นี้เวิร์คสุดละ....
ย้อนกลับไปในปีพ.ศ.2547 สมัยนั้นดิฉันยังเอ๊าะๆอยู่มัธยมปลายเป็นกะเทยหัวโปกกะโหลกไขว้อยู่
(เดี๋ยวนี้ผมสลวยสวยเก๋ด้วยสก๊อยซ์แล้วค่ะ)
ดิฉันได้หลงรักเพื่อนสนิทคนหนึ่ง(หนุ่มแว่น) เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว เราสองคนสนิทกันมาก
(ฟังดูคล้ายๆพล็อตการ์ตูนผู้หญิงตาหวานเนาะ)
ด้วยความที่อัดอั้นตันใจมากๆ ไม่บอกความในใจไปดิฉันคงจะอกแตกตาย
จึงตัดสินใจบอกรักเอาเสียดื้อๆในคาบวิชาวิทยาศาสตร์
หลังจากที่พูดจบเขาท่าทางตกใจเอามากๆ ถึงกับมื้อไม้สั่นจนหนังสือเกือบหลุดมือ(เห็นกูเป็นผีหรือไงคะ)
แล้วเขาก็มองหน้าดิฉันแบบว่างงปนตกใจ ฉันเลยบ่ายหน้าหลบสายตาด้วยความเขิน(เขินจนหน้าดำ)
แล้วเขาก็ถามว่า "พูดจริงอ่ะ?" โอ๊ยยยย ฉันจะพูดเล่นไปหาแว๊นซ์หาสก๊อยส์อะไรคะ ก็บอกไป "จริงดิ"
เขาก็แบบว่าเงียบไป เหมือนกับกำลังคิดหนัก (คิดมากอะไร กูให้ท่าจะแย่อยู่แล้ววววนะเว้ยเฮ้ย)ก่อนจะบอกว่า..
"ก็ได้" คือคำพูดที่ผ่านการไตร่ตรองออกจากปากของเขา
ก็ได้..? เอ่อ... แบบฉันรวบรวมความกล้ามากๆเลยนะที่จะบอกเธอ แต่เธอตอบมาแค่ ..ก็ได้???
ฉันอยากได้อะไรที่มันโรแมนติกกว่านี้!! ทำไมมันไม่เหมือนในหนังสือการ์ตูน!!
ที่พระเอกจะกอดนางเอกแล้วหอมแก้มหนึ่งทีแล้วพูดประมาณว่า"ดีใจมากๆเลย"หรือ"ผมก็รักคุณ"
โอ๊ย ชีวิตจริงช่างแตกต่างจากการ์ตูนสาวน้อยยิ่งนัก....(จำไว้เลยนะสนพ.หมึกจีน!!)
เอ่อ...อย่างไรก็ตาม เราสองคนก็เริ่มเดทกัน ว้าว เดท!! ฉันไม่เคยเดทกับใครมาก่อนเลยไม่รู้จะทำไง
เลยศึกษาเอาจากการ์ตูน(อีกแล้ว)และเกมโทคิเมคิเมโมเรียล อืมๆ เดทมันเป็นแบบนี้นี่เองสินะ
เราสองคนลองเริ่มจากไปช้อปปิ้งและดูหนังด้วยกัน จำได้รางๆว่าเรื่องแท็กซี่(ที่ควีนลาติฟาห์แสดง)
โคตรจะไม่โรแมนซ์เรยยยยย คาดว่าคงจะดูหนังผิดเรื่องแน่ๆ
จากนั้นเราก็เดทกันอีกหลายครั้ง นั่นทำให้ฉันเริ่มตระหนักได้ว่า....เขาเป็นโอตาคุ
(รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก...แต่เขาก็ไม่เคยเผยด้านมืดให้ฉันเห็นเลย...)
แรกๆฉันก็ไม่ได้ติดใจอะไรเวลาเข้าร้านหนังสือแล้วเขามักจะไปวุ่นอยู่ที่แผงการ์ตูน
เขามักจะซื้อการ์ตูนสาวน้อยแฟนเซอร์วิสเยอะๆ (เอ๊ะๆๆๆๆๆๆ) ฉันก็คิดว่าเป็นธรรมดาของเด็กผู้ชายวัยนี้..
ผ่านร้านของเล่นทีไรเขามักจะไปหยุดหน้าตู้ฟิกเกอร์สาวน้อยโลลิโมเอะ บางครั้งก็ซื้อมาสองสามตัว
(ฉันคิดว่าเขาคงไม่ได้พยายามแอบมองใต้กระโปรงตุ๊กตาพวกนั้นหรอกนะ เอ๊ะหรือเขาทำ)
และฉันก็ยังคงคิดว่าเป็นธรรมดาของเด็กผู้ชายวัยนี้...(เฮ้ย นี่มันผิดปกติแล้ว!!)
และแล้ววันหนึ่งฉันก็ได้ไปเที่ยวที่บ้านเขาครั้งแรก(แปลกแต่จริง คบกันมานานแต่ไม่เคยไปเที่ยวบ้านเขา)
ก็ทักทายสวัสดีคุณพ่อคุณแม่ของเขาไป ตามประสาว่าที่ลูกสะใภ้
(แบบ..ฉันรู้จักกับพ่อแม่เขาตั้งแต่เด็กแล้ว ชอบเม้าท์กันกับแม่เขาบ่อยๆ ตอนแม่เขามารับที่โรงเรียน ฮา)
เราสองคนก็นั่งดูหนังกัน ฉันอุตส่าห์วางแผนหาหนังโรแมนติกมาดู จำได้ว่าเรื่อง A Walk to Remember
โอ๊ย หนังซึ้งน้ำตาร่วง ฉันงี้ ดูไปร้องไห้ไปแทบไม่สนใจเขาที่นั่งข้างๆเท่าไร(อ้าว)
แล้วเขาก็จับมือฉัน ก็เลยหันไปมองเขา(น้ำตายังไหลอาบแก้ม โอ๊ยคิดแล้วอาย ดีว่าพ่อแม่เขาไปข้างนอก)
เขายิ้มให้แบบเขินๆ ไม่รู้เพราะซึ้งกับหนังหรือขำที่ฉันร้องไห้เป็นเผาเต่า
พอหนังจบ เขาก็ชวนขึ้นห้อง(กรี๊ดๆๆๆ) ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ดีใจซะอีกจะได้เห็นว่าห้องเขาเป็นยังไง
ใจเต้นตูมตามระหว่างกำลังเดินขึ้นไปห้องของเขา แต่พอเปิดเข้าไปเขาก็ปิดประตูและล็อคทันที (เอ๊ะ)
แล้วฉันก็มองหน้าเขา จู่ๆเขาก็จูบฉันแบบไม่ทันตั้งตัว อู๊ยยย ตอนนั้นไม่รู้จูบเขาทำอย่างไร
นั่นมันจูบแรกนะ!! มายเฟิสต์คิส!! ม๊ายเฟิ๊สสคิ๊ซซซซ!!(Hiney Language)
เหมือนฉันจะควบคุมร่างกายตัวเองไม่อยู่ จู่ๆเท้าฉันก็เด้งขึ้นมาซะอย่างนั้น (โอ๊ย เคลิ้มมมมมม)
ไม่รู้ว่าทำอีท่าไหน รู้สึกตัวเขาก็คร่อมฉันอยู่บนเตียงแล้ว (กรี๊ด ทำไมฉันไม่รู้ตัว)
และฉันก็เพิ่งได้สำรวจห้องเขา พบว่า มีหนังสือการ์ตูนและฟิกเกอร์เยอะมากกกกกกกกก (โอ๊ย ตาย)
เขาถามว่า.."จะทำHได้ไหม" เอ๊ะ H อะไรวะ? มันคืออะไร!! ตอนนั้นไม่ไหวแล้ว เลยมั่วๆโอเคไป
แล้วเขาก็บอกว่า"งั้นรอเดี๋ยวนะ" แล้วเขาก็แจ้นไปที่คอมเปิดการ์ตูนโป๊!!
ใช่! การ์ตูนโป๊! มีตัวการ์ตูนสาวน้อยร้องอิย๊ะๆ อิไต๊ๆ คิโมจิ๊ๆ อิคุๆ นั่นแหละ!!(ดีนะไม่มีอิงจู)
ตอนนั้นฉันรู้สึกว่ามัน....แปลกมาก ไม่เคยเห็นไง และฉุกคิดได้ว่า....
แฟนฉันเป็นโอตาคุ!!!
โว้ย เป็นแฟนกับกะเทยอย่างฉันก็วิปริตพอแล้ว นี่ยังเป็นโอตาคุซ้ำอีก!!
ถึงกระนั้นก็เหอะ....เราก็เริ่มทำในสิ่งที่กำลังทำค้างกันอยู่ (เอ๊ะ ไม่เล่าหรอก อาย)
เพราะฉันก็ไม่ปล่อยให้โอกาสทองแบบนี้หลุดมือไปแน่ๆ.....
[Action] แพนกล้องไปที่โคมไฟปิกะจูที่วางอยู่หัวเตียง....
จากนั้นสองเดือน เราสองคนก็เลิกเป็นแฟนกัน แบบ...ไม่ใช่พูดขอเลิกนะ
เรารู้ๆกันเองว่า เฮ้ย เป็นแฟนกันมันไม่เวิร์คว่ะ กลับเป็นเพื่อนเหมือนเดิมเหอะ
แต่เราก็ยังคงเป็นเพื่อนกันอยู่เหมือนเดิม (มีบ้างที่มองหน้ากันแล้วนึกถึงเรื่องวันนั้นแล้วเขินมาก)
ซึ่งเป็นผลดีกับฉัน การมีแฟนเป็นโอตาคุทำให้ฉันถูกเพื่อนๆประณาม
แต่ฉันไม่แคร์!! เชิด! สะบัดบ๊อบใส่!ฉันชอบที่เขาเป็นเขา(แม้จะรวมไปถึงความจริงที่ว่าเขาเป็นโอตาคุก็ตาม)
เอ๊นี่เวย์ แฟนคนต่อไปของฉันก็ยังเป็นโอตาคุอีก... (อีกแล้ว? ทำไม๊!!)
ฉันจึงอนุมานได้ว่าฉันมีเสน่ห์กับหนุ่มๆโอตาคุอย่างมาก...
และกลับกันฉันก็ชอบหนุ่มเนิร์ด/กี๊คหน้าตาดี (ฉันนี่ช่างมีรสนิยมวิไล....)
แน่นอนว่าหนุ่มแว่นคือชายในฝัน(พลัส ล่ำๆด้วย)
โอ๊ยตาย พอมาลองอ่านเรื่องตัวเองดูดีๆแล้ว....
ฉันนี่ก็โอตาคุใช่ย่อยเหมือนกัน....




เวอร์ชั่นไทยแจ่มมากค่ะ แต่งเติมซะมันส์เรยนะเคอะ เอิ้กๆ
#1 By Madam ทรามไว ♥~ on 2008-03-31 02:10